Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมีข่าวใหญ่ในโลกไอทีที่เชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องผ่านตากันบ้างแล้ว นั่นก็คือการถูกมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (ransomware) ที่ชื่อว่า WannaCry เข้ารหัสข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สามารถใช้งานข้อมูลหรือโปรแกรมบนเครื่องได้เลย โดยสาเหตุที่เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาก็เพราะว่าเจ้า WannaCry ตัวนี้สามารถกระจายตัวไปได้รวดเร็วจนน่ากลัว แต่ส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ระบบ Windows ทั่วโลก จนถึงขั้นที่บางหน่วยงานถึงกับทำงานกันไม่ได้เลยครับ


 RANSOMWARE คืออะไร?


Ransomware หรือชื่อไทยคือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ จัดเป็นมัลแวร์ประเภทหนึ่ง แต่พฤติกรรมของมันจะไม่ได้เน้นการทำลายระบบเครื่องเป้าหมาย แต่เป็นการเข้ารหัสข้อมูลในเครื่อง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือซอฟท์แวร์ภายในเครื่องได้ และตั้งเงื่อนไขกับเหยื่อว่าให้โอนเงินไปให้คนร้าย เพื่อแลกกับโปรแกรมสำหรับถอดรหัสข้อมูล โดยเหยื่อมักจะโดนจากการเปิดไฟล์จากอีเมลแปลกๆ หรืออีเมลที่สวมรอยเป็นเว็บไซต์ดังแล้วส่งเอกสาร .pdf ปลอมหรือไฟล์ .exe มาให้ แต่ไส้ในกลับเป็น Ransomware

พักหลัง Ransomware เติบโตมา เนื่องด้วยเหตุผลที่เป็นการโจมตีที่เห็นผลชัดเจนและคนร้ายมีโอกาสได้เงินค่าไถ่สูง และตามจับไม่ได้ เพราะช่องทางการโอนเงินมักจะใช้หน่วยเงินดิจิทัล เช่น Bitcoin ไม่ใช่ค่าเงินของแต่ละประเทศที่จะตรวจสอบกับธนาคารได้ และไม่ใช่แค่ระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น ระบบอื่นๆ ก็มีโอกาสโดนได้เช่นกัน เพียงแต่เป้าหมายของคนร้ายมักจะเจาะกลุ่มระบบปฏิบัติการที่มีผู้ใช้เยอะ แน่นอนว่าบน Android เองก็เคยมีข่าวครับ

 

WANNACRY คืออะไร เป็นมายังไง เครื่องที่ใช้อยู่จะโดนด้วยมั้ย?


Wcry, WannaCry, WannaCrypt, WannaCryptor ชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นตัวเดียวกันทั้งหมดทั้งหมดครับ แต่มักจะถูกเรียกในข่าวกันว่า WannaCry หรือ WannaCrypt ซะมาก ผมขอเรียกเป็น WannaCry ละกันครับ เจ้า WannaCry มันก็คือ ransomware อีกตัวหนึ่งนี่แหละครับ เพียงแต่มันอาศัยช่องโหว่ของฟีเจอร์หนึ่งบน Windows ที่มีชื่อว่า Server Message Block version 1 (SMBv1) ที่ออกแบบมาสำหรับการเชื่อมต่อส่งข้อมูลระหว่างเครื่องภายในเน็ตเวิร์กเดียวกัน ซึ่งทางไมโครซอฟท์ได้อัพเดตแพทช์อุดช่องโหว่นี้ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2017 ที่ผ่านมา ใครอัพเดตไปแล้วก็โล่งอกได้ รุ่นได้อัพเดตก็มี

Windows 10
Windows 8.1
Windows 7 (Service Pack 1)
Windows Vista (Service Pack 2)
และอีกบางรุ่น สามารถดูรายชื่อได้ที่ประกาศอัพเดตบนเว็บไซต์ไมโครซอฟท์
ส่วนเวอร์ชันอื่นอย่าง Windows XP, Windows 8 และ Windows Server 2003 นั้นจะไม่ได้อัพเดตเนื่องจากหมดอายุการซัพพอร์ทแล้ว สำหรับคนที่ใช้ Windows เวอร์ชันเหล่านี้แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อการป้องกันด้านล่างครับสำคัญมาก

การทำงานของ WannyCry คือจะไปเข้ารหัสข้อมูลในเครื่อง ไล่ทุก Drive เท่าที่มันจะหาเจอ เมื่อเข้ารหัสแล้วสภาพของไฟล์จะเหมือนเวลาเราทำ Disk Encryption แบบนั้นเลยครับ เพียงแต่ว่าเราไม่มีคีย์สำหรับแกะมัน มีเพียงแฮกเกอร์เจ้าของ WannaCry เท่านั้นที่มี และนั่นก็ทำให้แฮกเกอร์ยื่นขอเสนอว่าให้จ่ายเงินมูลค่า $300 (ประมาณ 1 หมื่นบาท) ในสกุล Bitcoin ไปยังเลขที่บัญชีของ Bitcoin ที่ระบุไว้ แล้วถึงจะส่งโปรแกรมสำหรับถอดรหัสกลับมาใหม่

 

ทำไมถึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว


ยาวไปไม่อ่าน: WannaCry ใช้ช่องโหว่ร้ายแรงที่ NSA ค้นพบ เจาะเข้าเครื่องเป้าหมายและควบคุมได้ แม้เจ้าของเครื่องจะไม่ได้รันโปรแกรมอะไรแปลกๆ ก็ตาม และตัวมันเองแพร่กระจายต่อในเน็ตเวิร์กได้ทั้งวง LAN และส่งออกตัวเองเข้า Internet ไปยังเครื่องอื่นๆ ได้

 

ยาวได้ จัดไป:

ย่อหน้าที่ผ่านมาผมพูดไปหน่อยแล้วว่า WannaCry ใช้ช่องโหว่ของ SMBv1 แต่ช่องโหว่ร้ายแรงบนระบบปฏิบัติการนี่ไม่ใช่ของที่จะหาเจอกันง่ายๆ ครับ สาเหตุที่ผู้พัฒนา WannaCry รู้ข้อมูลช่องโหว่นี้ก็คาดว่ามาจากชุดข้อมูลและเครื่องมือของหน่วยงาน NSA ของอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ากลุ่มแฮกเกอร์ Shadow Broker สามารถขุดคุ้ยข้อมูลจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีส่วนร่วมกับ NSA ในการหาช่องโหว่ แล้วได้ชุดเครื่องมือของ NSA มา (แฮกเกอร์-ไปแฮก-แฮกเกอร์) พร้อมขอเงิน 1 ล้านดอลลาร์แลกกับการเปิดเผยข้อมูล แต่หลังจากไม่มีใครสนใจที่จะซื้อข้อมูลนี้ Shadow Broker เลยปล่อยข้อมูลและชุดเครื่องมือออกมาบนอินเทอร์เน็ตแบบฟรีๆ จนแฮกเกอร์รายอื่นนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย

สำหรับตัว WannaCry นั้นใช้เครื่องมือชื่อว่า EternalBlue เป็นฐานในการพัฒนาเพื่อโจมตีผ่านช่องโหว่ของ SMBv1 เพื่อเข้าถึงเครื่องของเป้าหมาย แล้วใช้ฝังซอฟท์แวร์ backdoor ที่ชื่อว่า DoublePulsar จากผู้พัฒนาเดียวกัน NSA นั่นเอง เพื่อเปิดช่องให้คนร้ายสามารถควบคุมเครื่องเหยื่อได้จากระยะไกล และสามารถรันคำสั่งเพื่อติดตั้งตัว WannaCry ลงเครื่อง



นอกจากการเข้ารหัส Drive ที่ตัว WannayCry จะไล่ตามเก็บทุกๆ Drive เท่าที่มันหาเจอแล้ว มันยังมี process ย่อยที่พยายามเจาะต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในเครือข่าย LAN เพื่อฝังตัวเพิ่มด้วย รวมถึงยังมีการสุ่มเลข IP Address สำหรับยิงออกสู่อินเทอร์เน็ต เพื่อสุ่มหาเป้าหมายใหม่อยู่ตลอดเวลา ถ้าบิงโก เจอคอมพิวเตอร์ที่รัน Windows และยังไม่ได้แพทช์ปิดช่องโหว่ ก็จะกลายเป็นเครื่องที่โดนเข้ารหัสรายต่อไป และก็จะเป็นฐานในการกระจายต่อไปยังเครื่องอื่นอีกเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ด้วยการทำงานของ WannaCry เองจะมีการตรวจสอบเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หนึ่งอยู่ ที่คาดว่าออกแบบมาเป็น Kill Switch เพราะหากตรวจเจอ จะสั่งหยุดการแพร่กระจายต่อ ซึ่งตอนนี้ก็มีคนจาก MalwareTechBlog ได้จดโดเมนเพื่อดักไว้แล้ว ทำให้ WannaCry หยุดการแพร่กระจาย … แต่มันไม่จบครับ เพราะว่าในเวลานี้มันมี WannaCry เวอร์ชันใหม่ที่ไม่มีการตรวจสอบ Kill Switch ออกมาแพร่ต่อแล้ว

 

ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง รุนแรงแค่ไหน



WannaCry กระทบกว่า 70 ประเทศ, ไมโครซอฟท์ต้องออกแพทช์พิเศษให้ Windows รุ่นเก่า (13 พ.ค.)
การรถไฟเยอรมันโดน WannaCry
ระบบสาธารณสุขของอังกฤษโดน WannCry โจมตี 16 หน่วยงานย่อย ทำให้ต้องยกเลิกการผ่าตัดคนไข้
เซิฟเวอร์เกม Blade & Soul ประเทศไทยของ Garena ถูก WannaCrypt โจมตี
สถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ (BLUESKY) ถูก WannaCry โจมตี
หน่วยงานตำรวจจีนโดน WannaCry โจมตีจนต้องหยุดให้บริการ, ATM Bank of China ก็โดนด้วย
WannaCry กระทบร่วม 150 ประเทศ คอมพิวเตอร์กว่า 2 แสนเครื่อง มีเวอร์ชันใหม่ไร้ Kill Switch (15 พ.ค.)
VirusTotal พบ WannaCry 4.0 มีคำอธิบายภาษาไทย แต่ยังไม่พร้อมใช้งาน
ETDA เผยไทยโดน WannaCry แล้วกว่า 200 เครื่อง
และการแพร่กระจายก็ยังไม่จบไม่สิ้นครับ คาดว่าเราจะเห็นความเสียหายจากมันกันไปอีกสักพักใหญ่เลยทีเดียว

 

ป้องกันยังไงได้บ้าง

มาถึงหัวข้อสำคัญกันแล้วครับว่าเราจะป้องกันเครื่องของเราให้พ้นจาก WannaCry ได้อย่างไร มาไล่กันเป็นข้อๆ ละกัน จะได้อ่านง่ายๆ หน่อย

ถ้าใช้งาน Windows เวอร์ชันใหม่ อย่าง Windows 10, 8.1, 7 SP1 ยังได้รับซัพพอร์ท มีอัพเดตตลอด ให้รีบอัพเดต
ถ้าใช้ Windows เวอร์ชันเก่าที่ไมโครซอฟท์เลิกซัพพอร์ทแล้วอย่าง Windows XP, Windows 8, Windows Server 2003 ให้ไปโหลดแพทช์พิเศษมาติดตั้งโดยด่วน, สำหรับเวอร์ชันอื่นให้ลองดูที่ Microsoft Update Catalog แล้วดาวน์โหลดไปติดตั้งตามเวอร์ชันของเครื่อง
ถ้าที่ใช้อยู่เป็น Windows 7 ที่ยังไม่ได้อัพเดต Service Pack ให้อัพเดตด่วนๆ เลยครับ เพราะว่าถ้าไม่ใช่ Service Pack 1 จะไมไ่ด้รับการซัพพอร์ทเรื่องของแพทช์แล้ว ถ้าขึ้นเป็น Service Pack 1 แล้วก็อัพเดตให้ปัจจุบันด้วยครับ
ถ้าใช้ Windows เวอร์ชันอื่นๆ ที่พ้นซัพพอร์ทแล้ว ไม่ได้แพทช์พิเศษด้วย หรือใช้ Windows เถื่อน กลุ่มนี้จะอดอัพเดตแพทช์ครับ หาเวอร์ชันใหม่ของแท้มาใช้เถอะครับ ถูกกว่าค่าไถ่เยอะ …
ขั้นสุดท้าย ถ้าไม่ได้มีการใช้งานอุปกรณ์ในเครือข่ายที่ผ่านโปรโตคอล SMBv1 ก็แนะนำให้ปิดฟีเจอร์นี้ทิ้งไปเลยครับ ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
ถ้าพูดถึงการป้องกันแล้ว คำถามยอดฮิตที่จะตามมาก็คือ Antivirus ช่วยมั้ย? บอกเลยครับว่าในกรณีของ Ransomware นั้น Antivirus แทบไม่มีประโยชน์เลยครับ สาเหตุมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเพราะ Ransomware แต่ละตัวมันแตกต่างกันออกไป ชื่อไฟล์ก็ต่างไป ตรวจสอบแพทเทิร์นยาก และตัว Antivirus เองก็ต้องได้รับการอัพเดตจากผู้ผลิตก่อนถึงจะทราบว่าไฟล์ไหนเป้นอันตราย กว่าจะได้อัพเดต Ransomware ก็เข้ารหัสข้อมูลเครื่องหมดแล้วครับ อย่างกรณี WannyCry ระบาดก็เป็นตัวอย่างที่ดีครับว่ามันกระจายไปทั่วไปแล้ว ผู้พัฒนา Antivirus ถึงสามารถอัพเดตมาช่วยป้องกันได้ แถมตัว Antivirus เองก็จะโดนเข้ารหัสใช้งานไม่ได้ตามไปด้วย

 

คำถามยอดฮิต
 

ถาม: ใช้ Windows 10 ที่อัพเดตมาจาก Windows 7, Windows 8.1 เมื่อตอนที่ไมโครซอฟท์ปล่อยให้อัพเดต เวอร์ชันนี้เป็นของแท้หรือเปล่า? ได้แพทช์มั้ย ?

ตอบ: ถ้าอัพเดตมาตามกระบวนการนี้ ถือว่าได้เป็นของแท้แล้วครับ และถ้าอัพเดต Windows เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ก็ควรจะได้แพทช์ปิดช่องโหว่เรียบร้อยแล้ว วางใจได้ครับ

 

ถาม: โดนเล่นงานแล้ว ทำอะไรได้บ้าง

ตอบ: ถ้าในเครื่องไม่ได้มีไฟล์งานอะไรสำคัญ แนะนำให้ลง Windows ได้เลยครับ แต่ถ้ามีข้อมูลที่จำเป็นต้องเอากลับมาให้ได้ ตอนนี้มีทางเลือกเดียวคือต้องจ่ายตังให้คนร้ายเพื่อที่จะเอาโปรแกรมมาถอดรหัสข้อมูล

 

ถาม: จ่ายแล้วจะได้ข้อมูลคืนจริงหรือไม่ ?

ตอบ: ส่วนใหญ่แล้วคนร้ายเบื้องหลัง ransomware มักจะมีสัจจะครับ ได้ตังแล้วแก้ให้ ไม่งั้นคงทำธุรกิจมืดแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ในกรณีของ WannaCry นั้นผมเข้าใจว่ามีคนที่จ่ายเงินแล้วได้ข้อมูลคืนแล้วจริง แต่ก็มีข่าวคราวออกมาว่าเซิฟเวอร์ของคนร้าย (น่าจะเป็นเซิฟเวอร์สำหรับประมวลผลการจ่ายเงิน / ส่งโปรแกรมแก้ไข) ล่มไปแล้ว แต่ยังหาแหล่งข่าวชัดๆ ไม่ได้ เลยไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

 

ถาม: ถ้าจะกู้ไฟล์ ต้องจ่ายเงินอย่างเดียวเลยหรอ ?

ตอบ: อาจจะครับ เพราะถ้าเป็นกรณีก่อนหน้านี้ จะมี ransomware บางตัวที่ทีมวิจัยจากบริษัทความปลอดภัยสามารถถอดกระบวนการเข้ารหัสได้ และสร้างโปรแกรมถอดรหัสแจกจ่ายให้เอาไปใช้กันได้ฟรี แต่สำหรับ WannaCry นั้นยังไม่มี และยังไม่รู้ว่าจะมีออกมาหรือไม่ หรือออกมาเมื่อไร ถ้ารอได้ก็อาจจะต้องรอกันยาวๆ ไปครับ

 

(ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่ม ผมจะพยายามามาอัพเดตครับ)

 

 

การโจมตีทางไซเบอร์นั้นไม่ได้มีแค่รูปแบบที่ไปทำลายเป้าหมายเหมือนตามหนังอย่างเดียว แต่มันมีหลากหลายรูปแบบมากครับ ขอแค่เพียงมีช่องโหว่สักที่ เหล่าแฮกเกอร์ก็สามารถใช้มันเป็นประโยชน์สำหรับกระทำการต่างๆ แล้ว ในอนาคตเราอาจจะเจอรูปแบบที่แปลกประหลาไปมากกว่านี้ก็เป็นได้ และการที่ซอฟท์แวร์นั้นมีช่องโหว่นั้นก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าช่องโหว่ที่มีนั้นอาจจะยังไม่ถูกพบเจอ หรือยังไม่ถูกนำไปใช้งานจนเกิดผลเสียหาย ดังนั้นเราจึงควรตระหนักอยู่เสมอว่าบนโลกไซเบอร์ โลกอินเทอร์เน็ตที่อะไรๆ ก็เชื่อมต่อกันได้นั้นไม่ได้ปลอดภัยเสมอ และผู้ใช้งานระบบนี้ก็ต้องศึกษาและให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ไหวตัวทันเมื่อเกิดเหตุการเฉกเช่น WannaCry ในครั้งนี้

 

 

ขอบคุณข้อมูลที่เอามาอ้างอิงประกอบบทความจาก

Blognone,
อาศัยข้อมูลเยอะมาก ต้องขอบคุณ Blognone ที่ติดตามสถานการณ์ WannyCry อย่างใกล้ชิด และไกด์สำหรับการอัพเดต Windows รุ่นเก่าๆ ครับ
ข้อมูลพฤติกรรมการทำงานของ WannaCry จาก Troyhunt และ Talo Intelligence
เว็บไซต์ 2 เว็บนี้เขียนอธิบายได้ดีมาก ใครสนใจเบื้องลึกสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ครับ

https://droidsans.com/wannacry-ransomware-summary/

2
ปกติลบด้วย GUI ของวินโดวส์จะช้าสักหน่อย ถ้าใช้ command ใน windows จะเร็วกว่าหลายเท่าตัวเลยครับ

Fast Delete
Code: [Select]
rmdir /s /q "ชื่อ folder"

Fast Copy
https://fastcopy.jp/en/


ที่มา - https://stackoverflow.com/questions/186737/whats-the-fastest-way-to-delete-a-large-folder-in-windows/6208144


3
การปรับแก้ไฟล์ config.txt ของ Raspberry Pi ให้ทํางานกับ HDMI to VGA HDMI to VGA รหัสสินค้า EACC027 เมื่อใช้งานร่วมกับ Raspberry Pi ที่ติดตั้ง Raspbian แล้วอาจไม่แสดงผลออกทาง หน้าจอเนื่องจากบอร์ด Rasperry Pi ไม่พบว่ามี HDMI Monitor ต่ออยู่จริงๆ จึงไม่ส่งสัญญาณแสดงผลออกมาทางพอร์ต HDMI ซึ่ง เราสามารถแก้ไขได้โดยการปรับค่าในไฟล์ confix.txt ใน SD Card โดยหลังจากติดตั้ง Raspbian ลงใน SD Card แล้ว โดยให้เปิด My Computer ขึ้นมาแล้วเข้าไปใน SD Card จะเห็นไฟล์ config.txt ดังภาพ

                           
เมื่อเปิดไฟล์ขึ้นมามีพารามิเตอร์ต่างๆ พร้อมกับคำอธิบายคร่าวๆ



ดูที่พารามิเตอร์ hdmi_force_hotplug=1 ให้ Uncomment ออกไป เพียงเท่านี้ก็สามารถบังคับใหบอร์ดส่งสัญญาณ
ออกมาทางพอร์ต HDMI ได้แล้ว จากนั้นสามารถบันทึกไฟล์แล้วนำไปเสียบใช้งานที่บอร์ดไดเลย



HDMI to VGA configuration
    บางครั้งบอร์ดอาจจะแสดงภาพได้ไม่เหมาะกับความละเอียดของจอภาพ เช่น ใช้จอภาพแบบ Full HD ที่ 1080p
60Hz แต่การแสดงผลอาจจะออกมาที่ 720p 60Hz ภาพที่ไดอาจจะไม่คมชัดเต็มประสิทธิภาพของจอภาพ เราสามารถกำหนด
ค่าพารามิเตอร์เพื่อให้แสดงภาพได้เต็มประสิทธิภาพเท่าที่จอภาพของเราแสดงได้ดีที่สุด
จากภาพหากเราเปิดใช้พารามิเตอร์ hdmi_group กับ hdmi_mode ตามค่า Default ในไฟลAดังภาพ คือ การแสดงผล
ความละเอียดระดับ VGA ที่ 640 x 480 สำหรับจอทีวีครับ

พารามิเตอร์ hdmi_group ใชกำหนดว่าให้แสดงผลออกจอภาพประเภทใด โดย
- hdmi_group=1 ให้แสดงผลตาม CEA (Consumer Electronic Association) เหมาะสำหรับต่อกับจอทีวี
- hdmi_group=2 ให้แสดงผลตาม DMT (Display Monitor Timing) ใน VESA Standard เหมาะสำหรับต่อ
กับจอคอมพิวเตอร์
พารามิเตอร์ hdmi_mode ใช้กำหนดว่าให้แสดงผลความละเอียดและความถี่เท่าไร โดยจะมีหลายค่า ทั้งนี้ขึ้นกับ
hdmi_group ด้วย ยกตัวอย่างเช่น
- hdmi_group=1 hdmi_mode=16 >>> ต่อจอทีวีความละเอียด 1080p ที่ 60Hz
- hdmi_group=2 hdmi_mode=16 >>> ต่อจอคอมพิวเตอร์ความละเอียด 1024 x 768 ที่ 60Hz
- hdmi_group=2 hdmi_mode=82 >>> ต่อจอคอมพิวเตอร์ความละเอียด 1080p ที่ 60Hz
ดังนั้นหากเราต้องการให้แสดงผลอย่างเหมาะสมก็สามารถมาปรับค่าได้ตามต้องการ โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
http://elinux.org/RPiconfig ครับ
สุดทายทาง ได้ทำไฟล์ไว้ให้ สำหรับผูที่ใชงานสามารถเอาไฟล์นี้ไปวางแทน config.txt เดิมเพื่อให้แสดงผล
ออกมาได้เลย พร้อมกับตั้งความละเอียดไว 4 แบบที่น่าจะใชกันบ่อยๆ ใครจะใชอันไหนก็ Uncomment ออกไดเลยครับ



Credit : ThaiEasyElec.com
4
Computer Problem / Windows 10 Backup Putty Session
« Last post by admin on 28, 08, 2018, 09:56:38 »
มีสองวิธีน่ะครับ แต่แนะนำให้ทำวิธีแรกก่อนเพื่อเช็ค path ที่ถูกต้อง ส่วนในวิธีที่สองเราอาจจะตั้ง job backup config เดือนละครั้ง สำหรับ admin ที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่ม server บ่อย

สาเหตุที่ต้อง backup เพราะเวลาเครื่องเสีย หากเรามี server หลายตัวเราต้องมาไล่ config ใหม่หมด และ server บางตัวบน cloud เช่น ec2 AWS จะใช้ key ในการ authen การที่ config หายเราก็จำไม่ได้ว่าวาง key ไว้ที่ไหน ผมเจอมาแล้วจนเกือบต้องทำ server ใหม่ เพราะ key หายแล้วไม่สามารถสร้างใหม่ได้ จนหา key auth aws ได้ก็ ok


วิธีที่สอง ใช้ cmd export



5
Web Site / การใช้งาน Git CLI พื้นฐาน
« Last post by admin on 04, 07, 2018, 14:24:09 »
Git CLI

เข้าไปใน local folder ที่เราจะอัปเดทโค้ด เตรียมความพร้อมสำหรับ git
-git init

เชื่อม local เข้ากับ remote repository สร้าง repository ใน github
-git remote add origin <your_remote_https>

ทำประกาศการเลือก folder หรือไฟล์ที่เราจะให้ git ทำการติดตามการเปลี่ยนแปลง
-git add pages/*

ทำการ commit การเปลี่ยนแปลงใน local
-git commit -m “commit message”

ทำการอัปเดทโค้ด local ขึ้น remote github
-git push -u origin master

กรณีต้องการอัปเดทโค้ดจาก remote มายัง local
-git pull origin master

กรณีใช้งาน Branch

$ git branch
$ git checkout -b [name_of_your_new_branch]
$ git checkout [name_of_your_new_branch]
$ git add .
$ git commit -m “commit branch”
$ git push origin [name_of_your_new_branch]

สรุปคำสั่งที่ใช้บ่อย

git status
//check สถานะ

git remote add origin https://github.com/user/repo.git
//add remote git

git remote show origin
//เช็ค url remote git ชื่อ origin

git remote -v
//ดู remote url and name git

git pull origin master — allow-unrelated-histories
//merge ข้อมูล local กับ remote

git commit -m “commit”
//ยืนยันการเปลี่ยนแปลงล่าสุดเพื่อจะอัปขึ้น remote git

git push -u origin master
//อัปโหลดขึ้น remote git

วิธีการสร้าง Deploy Key เพื่อใส่ใน github

เพื่อใช้ในการอัปโหลดโค้ดขึ้น github ก่อนอื่นเราต้องทำการติดตั้ง gitbash ให้เรียบร้อยก่อนน่ะครับ



จากนั้นเข้าไปที่ folder ที่เราติดตั้ง gitbash เปิด command prompt ใน folder ดังกล่าว


จากนั้นพิพม์ ssh-keygen -t rsa -b 4096 -C “your_email@example.com”


แล้วใส่รหัสผ่านและยืนยันให้เรียบร้อย


จากนั้นเปิดไฟล์ .pub คือ public key ที่เราจะเอาไปใส่ใน github


แล้วก็วางในส่วนของ Deploy keys กด Add key ก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้วครับ


https://medium.com/@aegkaluk/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-deploy-keys-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-github-67f6ff7b5ae7

6
Web Site / การติดตั้ง Ionic framework
« Last post by admin on 04, 07, 2018, 14:01:40 »
ติดตั้ง Node.js

ติดตั้ง ionic & cordova

$ npm install -g ionic cordova
3. สร้าง project ionic และ ionic มี template ให้ 3 แบบ คือ blank , sidemenu , tabs

$ ionic start <ProjectName> blank
4. start ionic project

$ cd <ProjectName>
$ ionic serve

https://medium.com/@aegkaluk/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-ionic-framework-2e53f80f56d5
7
ต้องบอกว่าก่อนจะ setup ได้ก็ใช้เวลาพอสมควร อ่านคู่มือและคำแนะนำต่างๆจากเว็บ ก็ยัง setup ไม่ได้สักที หลายคนน่าจะออกอาการท้อ ผมก็ท้อแต่ไม่ถอย ผมประเภทถ้าไม่ได้ไม่ยอมหยุด และถือเอาบทความนี้แชร์ประสบการณ์และบันทึกวันที่จุดตั้งต้นที่ผมเริ่มศึกษาการพัฒนา Hybrid Mobile Application ไปด้วยเลย พอเวลาผ่านไปได้รู้ว่าศึกษามาเท่าไหร่แล้วพัฒนาไปถึงไหน

ส่วนเครื่องมือที่ใช้พัฒนาผมใช้ ionic framework แล้ว build ด้วย cordova ลองศึกษากันดูน่ะครับเป็นที่นิยมและน่าสนใจ เหมือนยิงนกครั้งเดียวได้ทั้ง android และ ios เอาล่ะแต่เราจะไม่พูดประเด็นอื่นมากไป เข้าเรื่องเซ็ตอัปกันต่อ
ตอนนี้ผมก็จะเขียนและสรุปบันทึกเก็บไว้ในแบบที่ผมเข้าใจ และ build .apk ผ่านมาแล้วดังนี้ครับ

ติดตั้ง java sdk version 8 (*version สูงกว่า 8 จะมีปัญหาตอน build กับ cordova)
ติดตั้ง Android Studio เสร็จแล้วเปิด Android Studio เพื่ออัปเดทและติดตั้ง Packages ต่างๆ
ติดตั้ง Gradle
ติดตั้ง Adding SDK Packages | Android Platform SDK for your targeted version of Android และ Android SDK build-tools version 19.1.0 or higher และ Android Support Repository (found under “Extras”)
Setting environment variables

JAVA_HOME


ANDROID_HOME


3.Set Path Variable platform-tools & tools & build-tools

C:\Users\[your user]\AppData\Local\Android\Sdk\platform-tools
C:\Users\[your user]\AppData\Local\Android\Sdk\tools
C:\Users\aegkaluk\AppData\Local\Android\Sdk\build-tools\27.0.3
C:\Program Files\Java\jdk1.8.0_171\bin


Set Path Gradle



5.Restart computer

การ build app ด้วย cordova

cordova platform add android
cordova build android --release
มาถึงขั้นตอนนี้หาก setup environment ถูกต้องเราก็จะได้ไฟล์ app-release-unsigned.apk แต่ยังติดตั้งในอุปกรณ์ไม่ได้ เพราะผมลองแล้ว จึงต้องสร้าง keystore ก่อนในขั้นตอนต่อไป



3.สร้าง keystore

keytool -genkey -v -keystore my-release-key.jks -keyalg RSA -keysize 2048 -validity 10000 -alias my-alias

4.Sign & zip & verify

— jarsigner -verbose -sigalg SHA1withRSA -digestalg SHA1 -keystore my-release-key.jks app-release-unsigned.apk my-alias

— zipalign -v 4 app-release-unsigned.apk HelloWorld.apk

— apksigner verify HelloWorld.apk

5.มาถึงขั้นตอนนี้เราก็จะได้ไฟล์ HelloWorld.apk ที่สามารถติดตั้งในอุปกรณ์ได้แล้วครับ

https://medium.com/@aegkaluk/%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-android-developer-build-cordova-92a069230698


8
Computer Problem / Re: ปัญหาของวินโดว์ 10
« Last post by admin on 08, 06, 2018, 09:58:14 »
สามารถแก้ได้ครับ โดยการปรับ compatibility shortcut ของโปรแกรมหรือเกมส์ ลองดูน่ะครับ
9
Computer Problem / Re: ปัญหาของวินโดว์ 10
« Last post by Kaiyami on 26, 04, 2017, 17:36:15 »
บ้างเกมวินโดว์ไม่ลองรับครับเลยทำให้ไม่สามารถเล่นได้
10
Computer Problem / ปัญหาของวินโดว์ 10
« Last post by Shimuzan on 19, 04, 2017, 10:30:01 »
เล่นเกมส์เก่าๆ ไม่ค่อยได้เป็นเพราะอะไรหรอครับ
Pages: [1] 2 3 ... 10