|
Nov 23, 2008 at 04:12 AM |
|
คอมพิวเตอร์ถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทโดยแบ่งตามขนาด และความสามารถรวมถึงลักษณะงานที่แตกต่างกัน
1.เมนเฟรมคอมพิวเตอร์(Mainfram Computer) 2.ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์(Super Computer) 3.มินิคอมพิวเตอร์(Mini Computer) 4.ไมโครคอมพิวเตอร์(Micro Computer)
1.เมนเฟรมคอมพิวเตอร์(Mainfram Computer) วงจรและหน่วยความจำมีขนาดใหญ่ประมวลผลได้ทีละมากๆ มีขนาดใหญ่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงมาก ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บเฉพาะ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์บางแห่งมีสถานีงาน(workstation) หรือเครื่องหมายปลายทาง(Terminal) มากกว่า 100 แห่ง มักใช้กับกิจการขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารในการเก็บข้อมูลลูกค้า การเบิกจ่ายเงินเอทีเอ็ม (ATM =Automatic Teller Machine) สายการบิน ในการบันทึกการบิน การสำรองที่นั่ง เป็นต้น
2.ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์(Super Computer) ขนาดเล็กกว่าเมนเฟรม สร้างขึ้นเพื่อคำนวณเกี่ยวกับตัวเลขมากๆ เช่น งานด้านวิทยาศาสตร์ ,พยากรณ์อากาศ ,ด้านวิศวกรรม และงานที่ต้องใช้การประมวลผลสูงๆ
3.มินิคอมพิวเตอร์(Mini Computer) พัฒนามาจากเมนเฟรม และซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยนำเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำมาผลิตวงจร โดยรวมทรานซิสเตอร์บรรจุใน ซิลิคอน เพียงตัวเดียวเพื่อสร้างวงจรขนาดเล็ก หรือเรียกว่า IC( Integrated Circuite)เพื่อลดต้นทุนการผลิต และมีราคาถูกรวมถึงการเคลื่อนย้ายสะดวกขนาดเท่าโต๊ะทำงาน มีความสามารในการทำงานสูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ มักใช้ในกิจการขนาดย่อม เช่น โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น
4.ไมโครคอมพิวเตอร์(Micro Computer) บางครั้งเรียกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(PC= Personal Computer) หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกันในปัจจุบัน เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก ปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างมากสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีหน่วยความจำสูงไมโครคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันเกือบกล่าวได้ว่ามีความสามารถเท่าหรือมากกว่าเมนเฟรมเมื่อ 20 ปีก่อน
|
|
Last Updated ( Nov 25, 2008 at 07:27 PM )
|